คลังเก็บรายเดือน: เมษายน 2019

การใช้น้ำมันมะพร้าวมาประกอบอาหาร

การเลือกใช้น้ำมันแต่ละชนิดในการปรุงอาหาร ควรเลือกชนิดของน้ำมันให้เหมาะสมกับระดับความร้อนในการปรุงอาหาร…

น้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ใช้ในการทอด และผัด น้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียว ใช้ในการผัด
น้ำมันที่มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน ใช้ผัดที่ความร้อนไม่สูงนัก หรือประกอบกับการทำน้ำสลัด

“ด้วยที่น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่มีไขมันอิ่มตัวสูง จึงเหมาะที่จะใช้”

ผัด
ทอด เพราะให้ความร้อนสูง ทอดอาหารแล้วกรอบได้นาน เปลี่ยนแปลงสภาพน้อยเมื่อเจอความร้อนสูงๆ มีกลิ่นหอม ไม่มีกลิ่นหืน และไม่ทำให้ของทอดอมน้ำมัน

อย่างไรก็ดี…การใช้น้ำมันพืชในการทอดอาหาร สิ่งสำคัญคือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำมันทอดซ้ำ ควรใช้เพียง 1- 2 ครั้งแล้วทำการเปลี่ยนน้ำมันจะดีที่สุด น้ำมันมะพร้าว 1 ช้อนชา ให้พลังงานราว 39 kcal และไม่มีคอเรสเตอรอล พลังงานทั้งหมดมาจากไขมัน

การใช้น้ำมันมะพร้าวในการปรุงอาหาร ควรใช้ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรเกินปริมาณไขมันรวมที่ร่างกายต้องการ คืออยู่ที่ประมาณ 25-30% ของปริมาณพลังงานรวมที่ร่างกายต้องการ

ระบบ Pneumatic conveying ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ระบบ Pneumatic conveying หรือระบบลำเลียงด้วยลม เป็นระบบที่ช่วยในเรื่องของการขนย้ายวัตถุที่มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบาที่จะสามารถลอยขึ้นมาได้ด้วยแรงลม ซึ่งระบบการทำงานของระบบ Pneumatic conveying นี้จะทำงานโดยการเคลื่อนย้ายวัตถุที่มีขนาดเล็กผ่านทางท่อลมที่เชื่อมโยงสู่ไซโลหรือที่กักเก็บวัตถุเหล่านั้นเอาไว้ ระบบการทำงานลำเลียงด้วยลมนั้นจะมีความสามารถในการลำเลียงวัตถุที่ค่อนข้างไกลและป้องกันในเรื่องของความสกปรกจากการฟุ้งกระจายของวัตถุที่เคลื่อนย้ายผ่านทางท่ออากาศ และช่วยในเรื่องของการประหยัดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการใช้บริการขนย้ายด้วยแรงงานที่ต้องมาทำการขนย้ายหรือการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ต้องใช้เป็นจำนวนมากในการขนย้าย แต่ระบบ Pneumatic conveying system in your facility เองก็มีข้อจำกัดในเรื่องของการใช้งานเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขนย้ายที่สามารถทำได้ในทิศทางเดียวหรือเรื่องค่าใช้จ่ายในการติดตั้งครั้งแรกของระบบ Pneumatic conveying เองก็มีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงกว่าระบบขนย้ายประเภทอื่น

Pneumatic conveying วัสดุเคลื่อนที่ภายในท่อจึงสามารถลำเลียงขนถ่ายวัสดุได้ทั้งแนวดิ่ง แนวระดับ แนวราบ เอียงทำมุม หรือแนวโค้งได้ เหมาะสำหรับลำเลียงวัสดุในพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัด

การลำเลียงด้วยลมประเภทนี้จะสามารถแบ่งลักษณะการลำเลียงทางอุตสาหกรรมได้สองแบบ โดยมีแบบ Dense Phase Conveying System และ Dilute Phase Conveying Systemซึ่งลักษณะและความแตกต่างของการใช้ทั้งสองแบบมีดังนี้
1.Dense Phase Conveying System( DENSE PHASE ) จะเป็นลักษณะการขนย้ายด้วยลมที่การขนย้ายในแต่ละครั้งจะเป็นลักษณะที่เป็นกลุ่มก้อน โดยวิธีการ Positive Pressure ที่เป็นการใช้ลมเป่าให้วัตถุเคลื่อนย้ายผ่านทางท่อลำเลียง เข้าสู่ไซโล ที่จะช่วยในการคัดกรองให้วัตถุที่ลำเลียงผ่านทางท่อมาเข้าสู่บรรจุภัณฑ์หรือที่กักเก็บวัตถุเหล่านี้เอาไว้ และการลำเลียงชนิดนี้จะใช้แรงลมที่ค่อนข้างน้อย ทำให้การเคลื่อนย้ายวัตถุนั้นอาจจะไม่ได้เร็วมาก
2.Dilute Phase Conveying System( DILUTE PHASE ) จะเป็นลักษณะการขนย้ายด้วยลมที่การขนย้ายในแต่ละครั้งนั้นจะเป็นลักษณะส่งลำเลียงได้น้อย แต่มีความเร็วในการเคลื่อนย้ายที่ค่อนข้างเร็ว โดยใช้ระบบการ Negative Pressure ที่เป็นการใช้ลมดูดวัตถุเหล่านั้นไปเข้าสู่ท่อลำเลียงและไปยังที่บรรจุภัณฑ์หรือที่จัดเก็บวัตถุ และมีข้อดีที่การขนย้ายประเภทนี้จะมีความสะอาดที่ไม่ทำให้วัตถุฟุ้งกระจายออก

เพิ่มกำลังการผลิต ลดเวลาที่สูญเสียขณะลำเลียงวัสดุทำให้ผลผลิตได้มาตรฐานตามที่กำหนด และสร้างความปลอดภัยในการทำงาน

การขนย้ายด้วยระบบ Pneumatic conveying จะสามารถขนย้ายวัตถุหรือวัสดุประเภท แป้ง เม็ดถั่ว ธัญพืช น้ำตาล ข้าวสาร ข้าวสาลี รำข้าว เมล็ดกาแฟ เมล็ดโกโก้ เมล็ดทานตะวัน ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ซึ่งเป็นวัตถุหรือวัสดุที่มีขนาดเล็กและสามารถใช้แรงลมช่วยในเรื่องของการขนย้ายได้ จึงทำให้ระบบ pneumatic conveying system เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมประเภทอาหารที่จำเป็นต้องเคลื่อนย้ายวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตที่มีขนาดเล็กและจำนวนมาก เพื่อนำมาผลิตหรือบรรจุสินค้าส่งออกไปให้แก่ลูกค้า