คลัีงเก็บรายวัน: มีนาคม 24, 2020

วิวัฒนาการของพวงหรีดกระดาษจนไปถึงการใช้ของต่าง ๆ มาเป็นพวงหรีด

วิวัฒนาการของพวงหรีดกระดาษนั้น น่าสนใจจากรูปแบบดั้งเดิมที่เป็นพวงหรีดดอกไม้สด หรือดอกไม้ประดิษฐ์ ถูกมองว่าใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง สร้างขยะ ต่อมาจึงเกิดเป็นพวงหรีดของใช้ เพื่อที่หลังจากจบงานแล้วจะได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ สมัยก่อนพวงหรีดของใช้จะเป็นพวกผ้าขนหนู ผ้าห่ม จากนั้นก็เริ่มกลายเป็นของใช้อื่นๆ ที่หลากหลาย หรือแหวกแนวขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น พวงหรีดกระดาษ พวงหรีดพัดลม พวงหรีดจักรยาน พวงหรีดนาฬิกา ไปจนถึงพวงหรีดต้นไม้ พวงหรีดหนังสือ ฯลฯ

ทว่าปัญหาที่ตามมาคือ พวงหรีดของใช้เหล่านั้นกลับกลายเป็นของเหลือใช้จำนวนมาก สร้างภาระในการบริหารจัดการให้แก่เจ้าภาพหรือวัด นี่เองจึงเป็นที่มาของแนวคิดใหม่ๆ เกี่ยวกับพวงหรีดกระดาษ และเกิดเป็นรูปแบบธุรกิจที่น่าสนใจ ประวัติความเป็นมาและวิวัฒนการของพวงหรีดในประเทศไทยนั้น ยังไม่มีการศึกษา และขาดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะไม่ใช่ธรรมเนียมปฏิบัติที่ทางราชการเป็นผู้กำหนด จึงต้องอาศัยหลักฐานอื่นเช่นภาพถ่ายที่มีอยู่ไม่มากนัก

อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่า ช่วงเวลาที่รับพวงหรีดเข้ามาใช้ คือสมัยรัชกาลที่ 4 ตามความเห็นของ เอนก นาวิกมูล นักเขียนและนักวิชาการอิสระ สันนิษฐานว่า ร.4 ทรงรับวัฒนธรรมตะวันตกเกี่ยวกับพิธีศพมาปฏิบัติอยู่มาก เช่น การใช้การ์ดขอบดำแจ้งข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระนางเจ้าโสมนัสวัฒนาวดีพระอัครมเหสี (พ.ศ. 2397) จึงมีความเป็นไปได้ที่จะทรงรับพวงหรีดมาใช้ด้วยในคราวเดียวกัน

ลำดับวิวัฒนาการของพวงหรีดในอดีตที่น่าสนใจ

– ราคาพวงหรีดนั้นมีหลักฐานน้อยมาก แม้จะมีจำหน่ายมานานแล้ว เก่าสุดที่พบมีอยู่ในโฆษณาของห้างรัตนมาลา พาหุรัด ตีพิมพ์ในหนังสือชื่อ วายาโม เมื่อ พ.ศ. 2465 (รัชสมัยรัชกาลที่ 6) มีภาพพวงหรีดและคำโฆษณาดังนี้ “พวงหรีดสีต่างๆ ดอกไม้หรือใบไม้กิ่งก้านทำเหมือนของจริงใช้ในร่มหรือกลางแจ้งก็ได้ ทนแดดทนฝน มีพวงเล็กและพวงใหญ่ มีราคาพวงหนึ่งตั้งแต่ 6 บาท ถึง 120 บาท” ซึ่งนับเป็นราคาที่สูงมากในสมัยนั้น

– เสฐียรโกเศศ เขียนถึงพวงหรีดดอกไม้ประดิษฐ์ชนิดแห้งไว้ว่าในสมัยปี พ.ศ. 2482 (รัชสมัยรัชกาลที่ 8) เป็นที่นิยมมากกว่าพวงหรีดชนิดอื่น ดังความว่า “…เวลานี้ หาซื้อพวงหรีดดอกไม้ปลอมได้ง่าย ราคาก็ถูกกว่า ไม่ต้องเสียเวลาทำ เก็บเอาไว้ได้นานกว่า เห็นมีพวงหรีดชนิดนี้หนาตา พวงหรีดสดชักจะบางตาไป ต่อมาไม่ช้าคงเป็นพวงหรีดแห้งกันหมด”

– ส.พลายน้อย เล่าว่า เป็นความริเริ่มของคณะกรรมการปรับปรุงวัฒนธรรมแห่งชาติ (ขณะนั้นสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ) ซึ่งเขาเป็นกรรมการด้วย มีความเห็นว่า การใช้พวงหรีดดอกไม้เป็นการสิ้นเปลือง ควรเปลี่ยนเป็นพวงหรีดผ้าขนหนูหรือผ้าห่มจะใช้ประโยชน์ได้ต่อไปหลังสิ้นสุดพิธีแล้ว ความคิดนี้ได้รับการเผยแพร่ตั้งแต่ ปีพ.ศ. 2526

ปัจจุบัน นอกจากพวงหรีดจะเป็นสิ่งสำคัญในวัฒนธรรมการจัดพิธีศพของคนไทยแล้ว ในแง่ของเศรษฐกิจ พวงหรีดยังเป็นสินค้าที่สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการธุรกิจ ทั้งยังสร้างงานแก่คนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นการจ้างงานของเกษตรกรชาวไร่ ชาวสวน ในการปลูกและตัดไม้ดอก การจ้างแรงงานในการจัดทำตกแต่งพวงหรีด การจ้างแรงงานในการขนส่งพวงหรีดไปตามวัดต่างๆ โดยมีเงินหมุนเวียนในตลาดเป็นหลักพันล้านบาทต่อปี https://www.iboon.co.th/