คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสารทั่วไป

การผลิตของซัมซุงที่คาดว่าจะมีกำไรที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นได้มากถึง 50%

การผลิตของซัมซุงที่คาดว่าจะมีกำไรที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นได้มากถึง 50%

ยักษ์ใหญ่ทางด้านเทคโนโลยี ซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ ว่าคาดว่าผลกำไรรายไตรมาสจะมากขึ้น 53% ท่ามกลางปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการขาดชิปทั้งโลก ผู้สร้างชิปหน่วยความจำและก็สมาร์ทโฟนรายใหญ่ที่สุดของโลกคาดเดาผลกำไรจากการดำเนินการ 11 พันล้านดอลลาร์ ในตอนสามเดือนจนกระทั่งสิ้นเดือนเดือนมิถุนายน มันว่าความปรารถนาชิปหน่วยความจำที่อดทนช่วยทดแทนยอดจำหน่ายเครื่องมือที่อ่อนแอลงเพราะเหตุว่าการขาดแคลุกลี้ลุกลนองค์ประกอบ ปีที่ผ่านมา 

ในตอนสองสามเดือนแรกของการระบาดใหญ่ ซัมซุง มองเห็นยอดจำหน่ายของสินค้า ได้แก่ โทรศัพท์และก็โทรทัศน์ตกอับ ต่อจากนั้นมา ความจำเป็นองค์ประกอบอิเล็กทรอนิกส์ก็มากขึ้น เหตุเพราะผู้คนเปลี่ยนแปลงชีวิตในโลกอินเตอร์เน็ตมากเพิ่มขึ้น ตอนที่ผู้สร้างชิปหลายรายมานะดิ้นรนเพื่อทันกับความอยาก แนวโน้มของบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่ของประเทศเกาหลีใต้เอาชนะความมุ่งมาดของนักวิเคราะห์ได้ง่ายอย่างยิ่ง 

ซึ่งส่งสัญญาณถึงความแข็งแกร่งอย่างสม่ำเสมอของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ถ้าหากจำนวนได้รับการรับรองในสิ้นเดือนนี้ มันจะได้ผลสำเร็จผลกำไรไตรมาสสองที่ใหญ่ที่สุดของ ซัมซุง นับจากปี 2018 ในตอนไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยยิ่งไปกว่านั้นผู้สร้างชิปคอมพิวเตอร์มีอำนาจมากยิ่งขึ้นสำหรับเพื่อการเพิ่มราคาในตอนวิกฤตด้านอุปทานครั้งประวัติศาสตร์ ในมีนาคม โคดองจิน หัวหน้าประธานร่วมแล้วก็หัวหน้าฝ่ายวัสดุอุปกรณ์เขยื้อนของ ซัมซุงกับผู้ถือหุ้นว่า อุปทานและก็อุปสงค์ของชิปในภาคเทคโนโลยีสารสนเทศทั่วทั้งโลก

มีความไม่พอดีอย่างร้ายแรง ยังอีกว่าบริษัทกำลังดำเนินงานร่วมกับผู้ส่งเสริมในต่างชาติที่จะตอบสนองสิ่งที่จำเป็นด้วยเหตุว่าการขาดแคลุกลนทั้งโลกนำไปสู่การหยุดชะงักของอุปทาน ด้วยเหตุผลตามที่ได้สรุปเอาไว้นั้นการขาดชิปเซ็ตที่เป็นปัจจัยหลักสำหรับในการผลิตวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำพวกต่างๆ

ซึ่ง ซัมซุง ที่เป็นเจ้าใหญ่ในแวดวงอุตสาหกรรมเทคโนโลยีที่กำลังเริ่มจะมีการพัฒนาลักษณะของสมาร์ทโฟนรวมทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆเยอะขึ้นเรื่อยๆ สำหรับเพื่อการกำเนิดปัญหานี้ขึ้นมาเองก็ส่งผลเสียเป็นอย่างมากสำหรับในการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มาสนองตอบลูกค้าด้วยด้วยเหมือนกัน แต่ว่าจากการประกาศดังที่กล่าวถึงแล้วที่ขึ้นมานั้นกลับทำให้การผลิตความมั่นใจและความเชื่อมั่นกับลูกค้าที่อยากใช้บริการนั้นก็ยังรักษาระดับเอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม

โดนัล ทรัมป์ กับการติดแบนบัญชีเฟซบุ๊คที่กำลังมีการตรวจสอบใช้เวลาถึง 2 ปี

โดนัล ทรัมป์ กับการติดแบนบัญชีเฟซบุ๊คที่กำลังมีการตรวจสอบใช้เวลาถึง 2 ปี

ด้วยแรงโน้มถ่วงของเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดการหยุดนายทรัมป์ มั่นใจว่าความประพฤติปฏิบัติของถือว่าเป็นการฝ่าฝืนกฎของอย่างร้ายแรง ซึ่งเหมาะสมได้รับโทษสูงสุด คำแถลงกล่าวเสริม ถ้าพิเคราะห์ว่ายังคงจะมีการเสี่ยงรุนแรงต่อความปลอดภัยสาธารณะ จะขยายความจำกัดดังที่กล่าวผ่านมาแล้วเป็นระยะเวลาหนึ่งและก็ทำงานประเมินใหม่ถัดไปกระทั่งการเสี่ยงนั้นจะลดน้อยลง สำหรับในการกลับมาของ นายทรัมป์จะถูกยับยั้ง การคว่ำบาตรที่ทวีความร้ายแรงอย่างเร็ว ในการฝ่าฝืนอะไรก็ตามคำแถลงของนายเคล็กก์เจาะจง สถานะการณ์นี้จากการแบนของทรัมป์นั้นกลับทำให้มองเห็นแล้วว่าสำหรับ เฟซบุ๊ค มีการกำหนดเอาไว้อย่างเห็นได้ชัดในเรื่องของกฎข้อที่ไม่อนุญาตสำหรับเพื่อการจำกัดการเข้าใช้งานเพื่อเป็นกฏเกณฑ์สำคัญสำหรับเพื่อการพิเคราะห์การอยู่ข้างในชุมชนออนไลน์ที่มีให้มองเห็นกันแล้วว่าควรจะมีการเลือกการใช้มรรยาทที่สำคัญอย่างมากด้วยเหตุว่าเป็นราวกับแพลตฟอร์มที่ทุกคนสามารถมองเห็นกันได้ทั่วโลก ก็เลยต้องมีการระวังกันเป็นพิเศษสำหรับในการออกความคิดเห็นต่างๆหรือผู้กระทำระจายข้อคิดเตือนใจที่มีให้มองเห็นด้านในเฟซบุ๊ค กันแล้วนั้นเอง

บริษัทเฟซบุ๊ค ได้ยับยั้งบัญชี เฟซบุ๊ค แล้วก็ อินตาแกรม ของอดีตกาลผู้นำสหรัฐอเมริกา  โดนัล ทรัมป์ ตรงเวลาสองปี ถูกห้ามไม่ให้เข้าเว็บทั้งคู่อย่างไม่มีระบุในม.ค. จากการโพสต์ที่โพสต์เกี่ยวกับการจลาจลของสภานิติบัญญัติสหรัฐอเมริกา แต่ว่าเมื่อเดือนที่ผ่านมาคณะกรรมการควบคุมดูแลของ เฟซบุ๊ค ได้ติชมบทกำหนดโทษแบบปลายเปิด เฟซบุ๊ค พูดว่าความประพฤติของนายทรัมป์เป็น การฝ่าฝืนกฎของอย่างร้ายแรง นายทรัมป์บอกว่าการเคลื่อนไหวนี้เป็น การดูถูกเหยียดหยาม ต่อผู้คนนับล้านที่ลงคะแนนให้สำหรับการลงคะแนนเสียงผู้นำเมื่อปีที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของ เฟซบุ๊ค เกิดขึ้นในระหว่างที่เครือข่ายสังคมยักษ์ใหญ่กำลังจบแนวทางคุ้มครองนักการเมืองจากกฎการควบคุมรายละเอียดบางสิ่งบางอย่าง มันกล่าวว่าจะไม่ยินยอมให้นักการเมืองรอดพ้นจากรายละเอียดที่คดโกงหรือเหยียดหยามอีกต่อไปโดยพิเคราะห์จากความเห็นของที่เป็นข่าว ห้ามนายทรัมป์ส่งผลเมื่อวันที่ของการยับยั้งเริ่มในวันที่ ม.ค.รองประธานของ เฟซบุ๊ค ของธุรกิจสุดยอด นิก เคล็กก์ บอกว่าสำหรับเพื่อการโพสต์

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์พร้อมเปิดวิถีทางการกระตุ้นเศรษฐกิจแนวใหม่ได้แล้ว

ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์พร้อมเปิดวิถีทางการกระตุ้นเศรษฐกิจแนวใหม่ได้แล้ว

คาดว่าวิกฤตฟองสบู่ที่เกิดขึ้นมานั้นจะทำให้เศรษฐกิจทั้งคู่ประเทศมากขึ้นสก็อตต์มอร์ริสันนายกฯประเทศออสเตรเลียแล้วก็จาสินดาอาร์เดิร์นนายกฯนิวซีแลนด์ในแถลงการณ์ร่วม มันเกิดเรื่องน่าเร้าใจอย่างมากที่ได้เริ่มการเดินทางแบบปราศจากการกักกันกับประเทศออสเตรเลียไม่ว่าจะเป็นการกลับมาเป็นครอบครัวเพื่อนเกลอหรือคนที่มาท่องเที่ยวนิวซีแลนด์ว่ายินดีต้อนรับและก็สนุกสนานกับตนเอง คุณอาร์เดิร์น ประเทศนี้พึ่งพิงประเทศออสเตรเลียเป็นปริมาณ 40% ของการท่องเที่ยวระหว่างชาติโดยอัดฉีดเงินโดยประมาณ 2.7 พันล้านเหรียญนิวซีแลนด์ (1.4 พันล้านปอนด์, 1.9 พันล้านดอลลาร์เข้าระบบเศรษฐกิจ ในอีกกรณีหนึ่งชาวนิวซีแลนด์คิดเป็นปริมาณ 1 ล้านกว่าผู้ที่เดินทางมาถึงประเทศออสเตรเลียในปี 2019 โดยมีส่วนส่งเสริม 2.7 พันล้านดอลลาร์ประเทศออสเตรเลีย (1.5 พันล้านดอลลาร์หรือ 2 พันล้านดอลลาร์ให้กับเศรษฐกิจของประเทศออสเตรเลีย แควนตัสเจ็ทสตาร์และก็เครื่องปรับอากาศนิวซีแลนด์จะบินทางระหว่างสองประเทศ 

อย่างไรก็แล้วแต่บรรดาหัวหน้าเตือนว่าฟองสบู่การเดินทางของทรานส์แทสมันจะอยู่ภายใต้ การทบทวนอย่างสม่ำเสมอ เพราะว่าการเสี่ยงของการเดินทางที่ปราศจากการกักกัน ที่ผ่านมาทั้งคู่ประเทศได้เสนอแนวความคิดเรื่องฟองอากาศการเดินทางที่แยกจากกันกับสถานที่ที่มีการเสี่ยงต่ำตัวอย่างเช่นประเทศสิงคโปร์ไต้หวันและก็หลายประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิค ทั้งคู่ประเทศได้รับการชื่นชมสำหรับการจัดการกับการแพร่ระบาดของโควิด การควบคุมเส้นขอบที่เคร่งครัดและก็การล็อกสแน็ปอินยอดเยี่ยมในมาตรการที่ทำให้อัตราการรับเชื้ออยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ ประเทศออสเตรเลียมีผู้ตาย 910 รายและก็นิวซีแลนด์เสียชีวิต 26 ราย แม้ว่าจะมีการบรรลุเป้าหมายสำหรับการที่มีการระบาดของโรคที่รัฐบาลประเทศออสเตรเลียจะหันวิภาควิจารณ์เติบโตมากยิ่งกว่าความชักช้าสำหรับในการฉีดยา โควิด การเปิดตัวของมัน ประเทศนั้นด้อยกว่าประเทศอื่นๆมากมายแล้วก็ล้มเหลวสำหรับเพื่อการประสบความสำเร็จสำหรับเพื่อการฉีดยา ความชักช้ามีลัษณะทิศทางที่จะชะลอการคลายอารมณ์ข้อ จำกัด ด้านอาณาเขตเพิ่มเติมอีก

การออกมากล่าวโทษของ มินอ่องหลาย ต่อกลุ่มทหารที่หนีการปฏิบัติหน้าที่

การออกมากล่าวโทษของ มินอ่องหลาย ต่อกลุ่มทหารที่หนีการปฏิบัติหน้าที่

จากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นภายในประเทศเมียนมาร์ในตอนนี้ที่จะมีให้เห็นกันแล้วว่ากำลังมีความทวีความรุนแรงกันมากยิ่งขึ้นนั้น และได้มีการรับแจ้งถึงผู้เสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์จลาจลในครั้งนี้กันแล้วว่ามีความรุนแรงที่ดูท่าทีแล้วยังไม่สงบลงกันนั้นเอง ด้วยการประกาศตัวของการรัฐประหารในเหตุการณ์ครั้งนี้เพื่อระงับเหตุของผู้ชุมนุมที่ต้องการเรียกร้องสิทธิในการมีประชาธิปไตยและความเป็นมนุษย์ของตัวเองกันนั้น จึงได้มีคำสั่งของเหล่านายพลที่สั่งการให้เหล่าตำรวจและทหารนั้นออกสกัดและทำหน้าที่ในการปกป้องประเทศนั้นเอง

แต่ในการออกคำสั่งครั้งนี้เองได้มีความรุนแรงที่ถึงขั้นทำร้ายประชาชนภายในประเทศ จึงทำให้เกิดการต่อต้านในกลุ่มของทหารและตำรวจบางกลุ่มที่ไม่ต้องการจะปฎิบัติหน้าที่ในส่วนนี้และประท้วงในการหยุดงานหรือหนีออกนอกประเทศกันเลยนั้น ด้วยเหตุการณ์นี้เองทำให้ มิน อ่อง หลาย ได้ออกมาชี้แจงในเรื่องของการหนีทหารไม่ทำตามหน้าที่ในครั้งนี้ว่าจะเป็นการทำให้การรักษาประเทศและความถูกต้องนั้นเกิดปัญหาขึ้นมาได้ ให้กลับมาทำหน้าที่ตามเดิมในทันที

แต่จากการมีคำสั่งรูปแบบนี้เกิดขึ้นมานี้เองทำให้เหล่าทหารและตำรวจเหล่านั้นเองก็ยังประท้วงหยุดไม่ทำงานพร้อมกับการแสดงจุดยืนที่จะไม่ทำร้ายประชาชนด้วยกำลังของตัวเองจากคำสั่งของเจ้านายที่สั่งการมานั้นให้เข้าถึงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมกันได้ จากสถานการณ์ของโรคระบาดที่ยังมีการแพร่กระจายอยู่ในตอนนี้เอง ความเป็นห่วงของการจลาจลพร้อมกับการต่อสู้กับโรคระบาดที่เกิดขึ้นมานั้นก็กำลังมีถึงจุดที่เรียกได้ว่ามีความรุนแรงและยังไม่ลดท่าทีแบบนี้กันเลยก็ว่าได้

 

Charli D’Amelio คนแรกที่มีผู้ติดตาม TikTok 100 ล้านคน

เด็กหญิงอายุ 16 ปีกลายเป็นผู้ใช้ TikTok คนแรกที่มียอดผู้ติดตามทะลุ 100 ล้านคน Charli D’Amelio จากนอร์วอล์คคอนเนตทิคัตประสบความสำเร็จอย่างมากหลังจากใช้เวลา 1 ปีครึ่งหลายวันหลังจากมีการโต้เถียงเกี่ยวกับพฤติกรรมของเธอในวิดีโอ YouTube

ในตอนแรกของซีรีส์เรียลลิตี้สำหรับครอบครัวของเธอ Dinner with the D’Amelios แฟน ๆ อ้างว่าดาราคนนี้แสดงท่าทีไม่เคารพต่อเชฟส่วนตัวที่เตรียมอาหารค่ำให้พวกเขา แฟน ๆ มากกว่า 600,000 คนเลิกติดตามเธออย่างรวดเร็วในการประท้วง

อย่างไรก็ตามการโต้เถียงได้หายไปหลังจาก D’Amelio แชร์วิดีโอที่เธอขอโทษสำหรับการกระทำของเธอและสัญญาว่าจะทำให้ดีขึ้น เธอไปที่ Twitter เพื่อขอบคุณแฟน ๆ สำหรับความสำเร็จที่ทำลายสถิติของเธอเมื่อวันอาทิตย์ ผู้คน 100 ล้านคนที่สนับสนุนฉัน ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่เป็นเรื่องจริง เธอเขียน

ข้อเสนอหลายล้านรายการ

เด็กอายุ 16 ปีเริ่มต้น เหมือนหลาย ๆ คนใน TikTok แชร์วิดีโอของตัวเองที่เต้นรำในห้องนอนของเธอ โปรไฟล์ของเธอทั้งบน TikTok และนอกแพลตฟอร์มได้พุ่งสูงขึ้นในปีที่แล้ว เธอกลายเป็นคนแรกที่มีผู้ติดตาม 50 ล้านคนในเดือนเมษายน

เธอเปิดตัวภาพยนตร์เรื่องแรกในภาพยนตร์แอนิเมชั่นปี 2019 Stardog และ Turbocat พากย์เสียงร่วมกับ Luke Evans, Bill Nighy และ Gemma Arterton ดารา TikTok ได้ร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลกด้านแฟชั่นและสายการแต่งหน้าและยังมีเครื่องดื่มที่ตั้งชื่อตามเธอที่ Dunkin ‘Donuts

หนังสือเล่มแรกของเธอ Charli: The Ultimate Guide To Keeping It Real จะออกในปลายปีนี้ จากข้อมูลของ Forbes ข้อตกลงดังกล่าวทำให้เธอได้รับเงินประมาณ 4 ล้านดอลลาร์ในปีที่แล้วเพียงอย่างเดียว

D’Amelio พบว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางของการโต้เถียงอีกครั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเมื่อเธอได้รับเครดิตอย่างผิด ๆ เกี่ยวกับการสร้างเทรนด์การเต้น Renegade ซึ่งเป็นสิ่งที่มาจาก Jalaiah Harmon วัยรุ่นผิวดำจากแอตแลนตาจอร์เจีย

ในขณะที่ D’Amelio ไม่เคยอ้างว่าเป็นผู้สร้างท่าเต้น แต่ความสับสนก็ทำให้เกิดการอ้างว่าอัลกอริทึมของ TikTok แสดงอคติทางเชื้อชาติโดยไม่ได้ตั้งใจ

การเตรียมความพร้อมในระบบเศรษฐกิจที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเตรียมเอาไว้ !!

พร้อมรับความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ ญี่ปุ่นเตรียมพร้อมเสมอ ..

นายทาโรอาโซรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของญี่ปุ่นกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่ารัฐบาลพร้อมที่จะใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการคลังอย่างยืดหยุ่นหากเศรษฐกิจต้องการการสนับสนุนใหม่เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากอุปสงค์ทั่วโลกที่ลดลงและสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน

แต่เขากล่าวว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องเนื่องจากอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่งส่งสัญญาณว่าไม่มีมาตรการเร่งด่วนอื่น ๆ ที่จำเป็นในการบรรเทาความเจ็บปวดจากการขึ้นภาษีการค้าที่เริ่มขึ้นในเดือนตุลาคม

“ ด้วยความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกการส่งออกลดลงและส่งผลกระทบต่อผลผลิตของผู้ผลิต แต่ความอ่อนแอยังไม่แพร่กระจายไปยังผู้ที่ไม่ใช่ผู้ผลิตหรืออุปสงค์ในประเทศ” นายอาโซกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากเข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำเพื่อการทำงานของผู้นำกลุ่มการเงิน 20 คน

“ หากเราจำเป็นต้องรวบรวมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งเราพร้อมที่จะดำเนินมาตรการทางการคลังประเภทต่างๆได้อย่างยืดหยุ่น” เขากล่าว

ในขณะที่ความเสี่ยงทั่วโลกนั้นไม่ใกล้เคียงกับที่เกิดขึ้นหลังจากการล่มสลายของเลห์แมนบราเธอร์สในปี 2551 ญี่ปุ่นต้องปรับใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจการคลังและการคลังเมื่อต่อสู้กับวิกฤติครั้งต่อไป

“ เมื่อคุณมองย้อนกลับไปที่ปัญหาที่ญี่ปุ่นเผชิญรวมถึงภาวะเงินฝืดพวกเขาไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยนโยบายการเงินเพียงอย่างเดียว คุณต้องการการตอบสนองทางการเงินและทางการเงินที่มีการประสานงาน” เขากล่าว

สำหรับเศรษฐกิจโลก กล่าวว่าเขายังคงคาดหวังว่าการฟื้นตัวในระดับปานกลางจะดำเนินต่อไปจนถึงปีหน้า

  • แต่เขาเสริมว่าเขาเห็นด้วยกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งกล่าวกับผู้สื่อข่าวในวอชิงตันว่าจังหวะการเติบโตในตลาดโลกน่าจะล่าช้า
  • นายกรัฐมนตรีชินโซอาเบะดำเนินการเพิ่มอัตราภาษีขายล่าช้าถึงสองเท่าเป็น 10% จาก 8% ในเดือนตุลาคมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะกู้หนี้สาธารณะอันยิ่งใหญ่ของญี่ปุ่น
  • รัฐบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของผู้บริโภคอันเนื่องมาจากภาษีเช่นการเสนอบัตรกำนัลช้อปปิ้งเนื่องจากการขึ้นภาษีครั้งก่อนหน้านี้เป็น 8% จาก 5% ทำให้เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอย

ถึงกระนั้นนักวิเคราะห์บางคนกังวลว่าการจัดเก็บภาษีที่สูงขึ้นอาจเพิ่มความเจ็บปวดให้กับเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออกแล้วรู้สึกถึงแรงกดดันจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนรองกรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) มิทซึฮิโระฟูรูซารองกรรมการผู้จัดการกล่าวว่าญี่ปุ่นสามารถเพิ่มมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหากการเข้าสู่เศรษฐกิจจากการขึ้นภาษีการขายในเดือนตุลาคมพิสูจน์ได้ว่าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้